FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการชำระเงิน

วิธีการชำระเงินที่รองรับบน Thailandbattery.com ได้แก่ PayPal, บัตรเครดิต และบัตรเดบิต โดยทั่วไปแล้ว การชำระเงินผ่าน e-check และรายการที่รอการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วันทำการในการตรวจสอบยอดเงิน
ไม่จำเป็น ท่านสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิต (Visa, MasterCard, American Express และ Discover) หรือ eCheck ได้โดยไม่ต้องมีบัญชี PayPal เมื่อท่านถูกนำทางไปยังหน้า PayPal โปรดคลิกที่แถบ "ชำระเงินด้วยบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต"
ใช่ PayPal ใช้เทคโนโลยี SSL เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของท่าน นอกจากนี้ เมื่อท่านส่งการชำระเงินผ่าน PayPal ผู้รับจะไม่ได้รับข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน เช่น หมายเลขบัตรเครดิตหรือหมายเลขบัญชีธนาคารของท่าน ด้วยวิธีนี้ ท่านจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชำระเงินให้กับบุคคลที่ท่านไม่รู้จัก PayPal ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อให้เป็นวิธีการส่งเงินออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ข้อมูลทางการเงินของท่านจะไม่ถูกขายหรือเปิดเผยแก่ร้านค้าหรือผู้ค้าปลีกรายใด
การประมวลผลการชำระเงินทั้งหมดดำเนินการโดยผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินที่ปลอดภัยและเป็นอิสระ Thailandbattery.com จะไม่ได้รับข้อมูลการชำระเงินใดๆ โปรดตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้ และติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรของท่านหากปัญหายังคงอยู่
  1. ข้อมูลการเรียกเก็บเงินไม่ถูกต้อง
  2. ยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอ
  3. บัตรถูกแจ้งว่าสูญหายหรือถูกขโมย
  4. บัตรหมดอายุ
  5. บัตรยังไม่ได้เปิดใช้งาน
  6. บัตรไม่สามารถใช้ชำระค่าสินค้า/บริการในรูปแบบ Cardholder-Not-Present (ออนไลน์/ผ่านอินเทอร์เน็ต) ได้
  7. ยังไม่ได้เปิดใช้งาน 3-D Secure (MasterCard SecureCode และ Verified by Visa)
  8. วงเงินเครดิตเต็ม
การชำระเงินผ่าน eCheck จะใช้เวลาหลายวันในการตรวจสอบยอดเงินใน PayPal สถานะจะแสดงเป็น "รอดำเนินการ" และเราจะยังไม่ส่งสินค้าจนกว่ายอดเงินจะได้รับการยืนยันเรียบร้อยแล้ว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดส่ง

โปรดทราบว่าระยะเวลาการจัดส่งจะคำนวณตามวันทำการ โดยไม่รวมวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โปรดตรวจสอบรายละเอียดเวลาที่แน่นอนได้ที่ หน้าการจัดส่ง ของเรา
ในกรณีส่วนใหญ่ สินค้าของท่านจะได้รับการจัดส่งภายในเวลาโดยประมาณ หากสินค้ายังไม่มาถึง โปรดติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของเราทางอีเมลหรือ ส่งคำร้องขอ เราจะติดต่อกลับท่านโดยเร็วที่สุด
โดยปกติแล้ว คำสั่งซื้อจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หลังจากสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หากท่านติดต่อเราทันทีหลังจากสั่งซื้อ เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลง แต่หากคำสั่งซื้อถูกจัดส่งออกไปแล้ว เราจะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขใดๆ ได้
โดยปกติเราจะส่งหมายเลขติดตามพัสดุให้ท่านในวันทำการถัดไป หากท่านมีคำถามเพิ่มเติมโปรด คลิกที่นี่ เพื่อติดต่อเรา ศูนย์บริการลูกค้าของเราจะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคืนสินค้า

RMA ย่อมาจาก Return Merchandise Authorization (การอนุมัติการคืนสินค้า) ลูกค้าที่ต้องการคืนสินค้าจำเป็นต้องขอหมายเลข RMA เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ลูกค้าจะสามารถส่งสินค้าคืนได้โดยการพิมพ์ที่อยู่ส่งคืนลงบนฉลาก
สินค้าที่อยู่ภายใต้การรับประกันสามารถส่งคืนเพื่อรับเงินคืนหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้
ท่านสามารถดำเนินการขอ RMA ได้สำเร็จใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
  1. ส่งคำร้องขอคืนสินค้า (RMA) ได้ที่ ที่นี่
  2. ระบุเหตุผลที่ต้องการคืนสินค้าโดยละเอียด เช่น สินค้ามีปัญหาอย่างไร? สินค้าชำรุดหรือไม่? คำอธิบายที่ละเอียดจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  3. ส่งรูปภาพหรือวิดีโอให้เรา เพื่อแสดงปัญหาโดยละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  4. แจ้งความประสงค์ของท่านหลังจากคืนสินค้าว่าต้องการเปลี่ยนสินค้าใหม่หรือรับเงินคืน?
  5. จากนั้นคลิกส่งคำขอเพื่อขอ RMA เมื่อสำเร็จแล้ว ท่านจะได้รับการตอบกลับภายใน 1-2 วันทำการ
ไม่ได้โดยเด็ดขาด ท่านจำเป็นต้องขอ RMA ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใดที่ต้องการส่งคืน เนื่องจากเราจำเป็นต้องดำเนินการคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าให้ท่านตามหมายเลข RMA ที่ระบุไว้
ใช่ การติดตามพัสดุที่ส่งคืนเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
หมายเหตุ: Thailandbattery.com จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายของการส่งคืนสินค้า ดังนั้นท่านจึงจำเป็นต้องแจ้งหมายเลขติดตามพัสดุให้เราทราบ
เมื่อ RMA ของท่านได้รับการอนุมัติ ท่านจะได้รับหมายเลข RMA พร้อมที่อยู่สำหรับส่งคืนภายใน 1-2 วันทำการ ท่านสามารถพิมพ์ฉลาก "Return Shipping Authorization" ที่มีที่อยู่ส่งคืนและข้อมูลอื่นๆ เพื่อแนบไปกับพัสดุสำหรับกระบวนการคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดส่งไม่สำเร็จ จุดรับพัสดุ และการติดตามสถานะ

หากผู้ขนส่งไม่สามารถจัดส่งไปยังที่อยู่ของท่านได้เนื่องจากไม่มีผู้รับ ข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ ขั้นตอนปฏิบัติของผู้ขนส่งในท้องถิ่น ข้อกำหนดทางศุลกากร หรือเงื่อนไขการจัดส่งในพื้นที่ของท่าน พัสดุอาจถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังสถานที่เก็บรวบรวมที่กำหนดหรือดำเนินการผ่านการจัดส่งในท้องถิ่นรูปแบบอื่น
ระยะเวลาในการเก็บรักษาพัสดุจะแตกต่างกันไปตามผู้ขนส่ง ประเทศปลายทาง และสถานที่รับพัสดุ โปรดปฏิบัติตามกำหนดการรับพัสดุที่ระบุไว้ในข้อมูลการติดตามหรือประกาศแจ้งจากผู้ขนส่ง หากไม่ไปรับพัสดุภายในเวลาที่กำหนด พัสดุอาจถูกส่งคืน ถูกกำจัด ถูกทำลาย หรือดำเนินการตามกฎระเบียบของผู้ขนส่งในท้องถิ่น
ในบางกรณี ผู้ขนส่งอาจอนุญาตให้นำจ่ายซ้ำ แก้ไขที่อยู่ หรือเปลี่ยนเส้นทางได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง ผู้ขนส่ง ระดับการบริการ และสถานะการจัดส่ง และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหากผู้ขนส่งรองรับบริการดังกล่าว
โปรดดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดให้เสร็จสิ้นก่อน และเก็บใบเสร็จรับเงินอย่างเป็นทางการหรือหลักฐานสนับสนุนไว้ จากนั้นโปรดติดต่อทีมบริการลูกค้าของเราพร้อมแจ้งหมายเลขคำสั่งซื้อและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบกรณีดังกล่าวตามนโยบายของเรา
หากไม่ไปรับพัสดุภายในระยะเวลาที่ผู้ขนส่งกำหนด พัสดุอาจถูกส่งคืนไปยังคลังสินค้าของเรา ถูกกำจัด ถูกทำลาย ถูกระงับไว้ตามกฎหมาย หรือทำให้ไม่สามารถส่งคืนได้ การดำเนินการขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้ขนส่ง หน่วยงานศุลกากร กฎหมายท้องถิ่น และสถานะการจัดส่ง
โปรดตรวจสอบกับเพื่อนบ้าน สมาชิกในครอบครัว ฝ่ายนิติบุคคล แผนกต้อนรับ ห้องจดหมาย หรือฝ่ายบริหารอาคารก่อน หากท่านยังไม่พบพัสดุ โปรดติดต่อเราโดยทันทีเพื่อให้เราช่วยตรวจสอบบันทึกการจัดส่งและเริ่มการตรวจสอบกับผู้ขนส่งตามความเป็นไปได้
ไม่ได้ เพื่อความปลอดภัย ห้ามส่งคืนแบตเตอรี่ที่บวม รั่ว แตกร้าว ร้อนจัด ถูกเรียกคืน หรือไม่ปลอดภัยในลักษณะใดก็ตามผ่านทางไปรษณีย์ปกติหรือบริการขนส่งทั่วไปโดยไม่ติดต่อเราก่อน โปรดขอรับคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทีมบริการลูกค้าของเรา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแบตเตอรี่

เคล็ดลับ (Tips):
  1. ขอแนะนำให้คายประจุและชาร์จจนเต็มทุกๆ สามเดือน เพื่อรักษาความแม่นยำในการวัดระดับพลังงาน (Calibration) ของแบตเตอรี่
  2. ลดความสว่างของหน้าจอลงให้มากที่สุดเท่าที่จะยังมองเห็นได้ วิธีนี้จะช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น
  3. ปิดฮาร์ดแวร์และโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งาน หากไม่จำเป็นต้องเปิดไว้ให้ปิดทันที
  4. ตั้งค่าพลังงานเป็นโหมด "Portable/Laptop" หรือ "Power Saver" เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้นานขึ้น
  5. เพิ่ม RAM เพื่อลดการเข้าถึงข้อมูลจากฮาร์ดไดรฟ์ให้เหลือน้อยที่สุด
  6. หลังจากเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานานแล้วนำมาชาร์จใหม่ แบตเตอรี่อาจชาร์จได้เพียง 10-15 นาทีแล้วแจ้งว่าเต็ม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กแบบชาร์จได้ วิธีแก้ไขคือให้ถอดแบตเตอรี่ออกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่เพื่อเริ่มกระบวนการชาร์จอีกครั้ง

คำเตือน (Warnings):
  1. การตั้งค่าให้คอมพิวเตอร์อัปเดตอัตโนมัติ หมายความว่ามีสิ่งต่างๆ ทำงานอยู่ต่อเนื่องแม้ในเวลาที่ท่านไม่ต้องการ
  2. การใช้งานแผ่น CD และ DVD ในขณะที่ไม่ได้ต่อสายชาร์จจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น
  3. หลีกเลี่ยงการเล่นเกมขณะที่ไม่ได้ต่อสายชาร์จ เพราะเครื่องต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อประมวลผลกราฟิกและโปรแกรมที่จำเป็นอื่นๆ
  4. ห้ามเชื่อมต่อโน้ตบุ๊กกับอะแดปเตอร์จ่ายไฟในรถยนต์เพื่อใช้แทนแบตเตอรี่โดยตรง เพราะอาจทำให้โน้ตบุ๊กเสียหายหรือพังได้
  5. แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium Ion) อาจเสียหายถาวรหากแรงดันไฟฟ้าลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด โปรดหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง
  6. หากท่านวางแผนที่จะไม่ใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กเป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือนานกว่านั้น ให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มแล้วเก็บไว้ในที่เย็น แบตเตอรี่จะสูญเสียประจุไประหว่างการเก็บรักษาและต้องชาร์จใหม่ก่อนเริ่มใช้งานอีกครั้ง
เมื่อท่านได้รับโน้ตบุ๊กใหม่หรือแบตเตอรี่ใหม่ การชาร์จ การคายประจุ การใช้งาน และการเก็บรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้ท่านยืดอายุการใช้งานและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้สูงสุด ก่อนเปิดเครื่องครั้งแรก สิ่งสำคัญคือต้องรู้วิธีชาร์จและดูแลรักษาเพื่อให้ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  1. การชาร์จและการคายประจุ (Charge & Discharge)
    จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ สิ่งแรกที่ควรทำกับโน้ตบุ๊กใหม่คือ "ปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุจนเกือบหมด (เหลือ 5%) ก่อนจะชาร์จใหม่" การปล่อยให้แบตเตอรี่ลดลงเหลือ 5% โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แล้วจึงชาร์จให้เต็ม 100% ก่อนใช้งานอีกครั้ง จะช่วยสร้างระบบความจำภายในแบตเตอรี่เกี่ยวกับปริมาณประจุที่สามารถเก็บได้ ควรทำเช่นนี้อย่างน้อยสองครั้งแรก และทำซ้ำบ่อยเท่าที่ทำได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  2. การเก็บรักษา (Storage)
    หากท่านตั้งใจจะใช้โน้ตบุ๊กแบบตั้งโต๊ะเป็นส่วนใหญ่ แนะนำให้ถอดแบตเตอรี่ออกและใช้เฉพาะสายชาร์จ AC เท่านั้น ควรใส่แบตเตอรี่และชาร์จเมื่อต้องการเคลื่อนย้ายโน้ตบุ๊กไปใช้งานข้างนอก เพราะหากเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง แบตเตอรี่จะไม่ค่อยได้คายประจุและอาจสูญเสียความสามารถในการเก็บประจุได้ ควรชาร์จแบตเตอรี่ก่อนเคลื่อนย้าย และหากเป็นไปได้ให้คายประจุให้หมดก่อนชาร์จใหม่อีกครั้ง
  3. อุณหภูมิและสภาพอากาศ (Temperature & Climate)
    หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่เสียคือความร้อนจัด ท่านสามารถหลีกเลี่ยงความร้อนสูงได้โดยการใช้แผ่นระบายความร้อน (Cooling pads) และไม่วางโน้ตบุ๊กบนพื้นผิวที่นุ่ม เช่น หมอนหรือผ้าห่ม แบตเตอรี่บางรุ่นถูกออกแบบมาให้หยุดชาร์จหากตรวจพบว่าอุณหภูมิสูงเกินไป ดังนั้นจึงควรดูแลให้เครื่องเย็นอยู่เสมอ นอกจากนี้ ฝุ่นที่เข้าไปอุดตันพัดลมระบายอากาศก็เป็นสาเหตุของความร้อนสะสมได้เช่นกัน รวมถึงการทิ้งโน้ตบุ๊กไว้ในรถที่จอดตากแดดก็ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
  4. การตั้งค่าพลังงาน (Power Settings)
    เมื่อท่านเข้าใจเรื่องการชาร์จแล้ว ให้ไปที่ "Power Settings" ใน Control Panel เพื่อลดความสว่างหน้าจอ ปรับเวลาการปิดหน้าจอ (Timeout) และโหมดสลีป (Sleep) รวมถึงปรับการตั้งค่าขั้นสูงอื่นๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ได้มากที่สุด
โดยปกติแล้ว "ไม่ใช่" แบตเตอรี่ใหม่จะมาในสภาพที่ไม่มีประจุและต้องชาร์จให้เต็มก่อนใช้งาน ขอแนะนำให้ชาร์จและคายประจุแบตเตอรี่ใหม่ให้เต็มรอบประมาณ 2-4 ครั้งเพื่อให้แบตเตอรี่มีความจุสูงสุดตามที่กำหนด
โดยทั่วไปแนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน (ประมาณ 12 ชั่วโมง) เป็นเรื่องปกติที่แบตเตอรี่จะอุ่นขึ้นขณะชาร์จหรือคายประจุ
เมื่อชาร์จแบตเตอรี่ครั้งแรก อุปกรณ์อาจแจ้งว่าชาร์จเต็มหลังจากผ่านไปเพียง 10 หรือ 15 นาที ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับแบตเตอรี่ใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน (Not broken in) บางครั้งที่ชาร์จจะตัดการทำงานก่อนที่แบตเตอรี่จะเต็ม หากเกิดกรณีนี้ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่เพื่อให้รอบการชาร์จเริ่มอีกครั้ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งในการชาร์จครั้งแรก ไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
สิ่งที่ควรทำ (Battery Do's):
  1. ชาร์จและคายประจุให้ครบ 3 รอบก่อนเพื่อให้แบตเตอรี่ใหม่ทำงานได้เต็มความจุ
  2. คายประจุให้หมดแล้วชาร์จให้เต็มทุกๆ 2-3 สัปดาห์ เพื่อรักษาสภาพแบตเตอรี่
  3. ใช้งานอุปกรณ์ด้วยพลังงานแบตเตอรี่จนกว่าเครื่องจะปิดตัวลงหรือได้รับการเตือนแบตเตอรี่ต่ำ แล้วจึงชาร์จใหม่ตามคู่มือ
  4. หากไม่ได้ใช้งานเกินหนึ่งเดือน ให้ถอดออกจากเครื่องและเก็บไว้ในที่แห้ง เย็น และสะอาด แล้วชาร์จใหม่เมื่อนำกลับมาใช้
  5. ใช้ฟีเจอร์การจัดการพลังงานของอุปกรณ์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของแบตเตอรี่
สิ่งที่ไม่ควรทำ (Battery Don'ts):
  1. ห้ามทำให้เกิดการลัดวงจร เพราะอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อแบตเตอรี่
  2. ห้ามทำตก กระแทก หรือใช้งานผิดประเภท เพราะอาจทำให้สารภายในเซลล์แบตเตอรี่ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนรั่วไหลออกมา
  3. ห้ามให้แบตเตอรี่โดนความชื้นหรือฝน
  4. เก็บแบตเตอรี่ให้ห่างจากไฟหรือแหล่งความร้อนสูง ห้ามนำไปเผา เพราะการสัมผัสความร้อนสูงอาจทำให้ระเบิดได้
เสน่ห์ของโน้ตบุ๊กคือการพกพาได้สะดวก แต่ความสามารถนี้จะหายไปเมื่อแบตเตอรี่ไม่ชาร์จอีกต่อไป ทำให้ต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา มีสาเหตุหลักสามประการที่ทำให้แบตเตอรี่ไม่ชาร์จ:
  1. แบตเตอรี่เสีย (Bad Battery)
    บางครั้งแบตเตอรี่ไม่รับประจุเพราะตัวแบตเตอรี่เองเสีย ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดจากการผลิตหรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน การเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง หากเครื่องยังอยู่ในประกัน โปรดติดต่อผู้ผลิตเพื่อตรวจสอบการเคลม หากไม่อยู่ในประกัน ให้พิจารณาอายุของเครื่องและราคาแบตเตอรี่เพื่อตัดสินใจว่าคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนหรือไม่
  2. เมนบอร์ดเสีย (Bad Motherboard)
    เมนบอร์ดอาจทำงานผิดปกติได้ตามอายุการใช้งาน ในกรณีนี้ ส่วนของเมนบอร์ดที่ส่งต่อพลังงานจากแจ็ค DC ไปยังแบตเตอรี่อาจเสียหาย ซึ่งมักต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดทั้งชุด หากไม่อยู่ในประกัน ค่าซ่อมมักจะไม่คุ้มค่าเพราะราคาอาจสูงกว่าการซื้อเครื่องใหม่
  3. อะแดปเตอร์ AC เสีย (Bad AC Adapter)
    หากอะแดปเตอร์เสีย แบตเตอรี่จะไม่ชาร์จอย่างถูกต้อง สายไฟที่หักในหรือความเสียหายภายในอาจทำให้ไฟเข้าไม่สม่ำเสมอ อะแดปเตอร์เป็นส่วนที่เปลี่ยนได้ง่ายที่สุดและมีราคาถูกกว่าแบตเตอรี่หรือเมนบอร์ดมาก
  4. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น (Troubleshooting)
    ท่านสามารถทดสอบได้ด้วยตัวเองโดยการถอดแบตเตอรี่ออก แล้วลองเสียบปลั๊กโน้ตบุ๊กเข้ากับผนังเพื่อเปิดเครื่อง หากเครื่องเปิดติด แสดงว่าอะแดปเตอร์ทำงานได้ปกติ แต่ถ้าไม่ติด แสดงว่าอะแดปเตอร์เสีย หากอะแดปเตอร์ปกติ ขั้นตอนต่อไปคือควรนำไปให้ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง
โน้ตบุ๊กถูกออกแบบมาให้ชาร์จแบตเตอรี่ขณะเสียบอะแดปเตอร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป แบตเตอรี่อาจเริ่มชาร์จไม่เต็ม ใช้งานได้สั้นลง หรือไม่ชาร์จเลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่สามารถรับประกันอายุการใช้งานที่ยาวนานตลอดไปได้
  1. ถอดแบตเตอรี่ออก ตรวจสอบด้านข้างว่ามีปุ่มหรือไฟ LED แสดงระดับพลังงานหรือไม่ หากกดแล้วไฟไม่ติดเลย เป็นไปได้สูงว่าแบตเตอรี่เสียแล้ว
  2. ใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไป เปิดเครื่องด้วยสายชาร์จ สังเกตไอคอนแบตเตอรี่ที่มุมล่างขวาของหน้าจอ หากมีกากบาทสีแดงแสดงว่าแบตเตอรี่ไม่มีประจุและอาจเสียแล้ว
  3. ไปที่ "Control Panel" > "Power Options" เพื่อตรวจสอบสถานะการชาร์จ หากไม่สามารถชาร์จได้จะมีสัญลักษณ์แจ้งเตือน
  4. วิธี "แช่แข็ง": ใส่แบตเตอรี่ในถุงซิปล็อก แช่ในช่องฟรีซ 24 ชั่วโมง แล้วนำออกมาทิ้งไว้ให้ "ละลาย" 2 ชั่วโมงจนแห้งสนิทก่อนใส่กลับเข้าไป หากโชคดีวิธีนี้อาจช่วยกระตุ้นแบตเตอรี่ได้ชั่วคราว
  5. หากขั้นตอนทั้งหมดไม่ได้ผล การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่คือคำตอบ โดยควรเลือกซื้อให้ตรงตามรุ่นและเลือกเฉพาะแบตเตอรี่ใหม่เท่านั้น
มีหลายขั้นตอนที่ท่านสามารถทำได้เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ:
  1. ป้องกัน Memory Effect - รักษาแบตเตอรี่โดยการชาร์จและคายประจุให้เต็มอย่างน้อยทุก 2-3 สัปดาห์ (ยกเว้นแบตเตอรี่ Li-Ion ที่ไม่มีผลกระทบนี้)
  2. รักษาความสะอาด - ควรทำความสะอาดหน้าสัมผัสแบตเตอรี่ด้วยคอตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์ เพื่อให้การเชื่อมต่อดีอยู่เสมอ
  3. ใช้งานแบตเตอรี่สม่ำเสมอ - อย่าปล่อยแบตเตอรี่ทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้ใช้งาน ควรใช้แบตเตอรี่อย่างน้อยทุก 2-3 สัปดาห์
  4. การเก็บรักษา - หากไม่ใช้เกินเดือน ให้เก็บในที่สะอาด แห้ง และเย็น ห่างจากความร้อนและวัตถุโลหะ อย่าลืมชาร์จใหม่ก่อนนำมาใช้
แรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกันเล็กน้อยอาจสามารถใช้ร่วมกันได้ ตัวอย่างเช่น แรงดันไฟฟ้าในคู่ด้านล่างนี้ถือว่าเข้ากันได้:
3.6V / 3.7V
7.2V / 7.4V
10.8V / 11.1V
14.4V / 14.8V
ได้ ความจุของแบตเตอรี่ (mAh) ไม่ส่งผลต่อความเข้ากันได้ แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่าจะช่วยให้อุปกรณ์ของท่านใช้งานได้นานขึ้นก่อนที่จะต้องชาร์จใหม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบขนาดและน้ำหนักด้วย เพราะบางครั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่าอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจทำให้พกพาลำบากหรือไม่สะดวกในบางการใช้งาน แม้ว่าจะสามารถใช้ร่วมกันได้ก็ตาม
อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของเราจะเชื่อมโยงกับสินค้าที่เข้ากันได้ 100% กับอุปกรณ์รุ่นนั้นๆ เท่านั้น
หากท่านยังไม่แน่ใจว่าสินค้าชิ้นใดคือรุ่นที่ถูกต้อง โปรด ติดต่อเรา และเรายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือท่าน